เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับวงการอสังหาริมทรัพย์

  • Date :18.07.2018

Business Trend for Property Sector : Prop Tech 

คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่า ปัจจุบันโลกของเรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำไปไกลเกินกว่าจะจินตนาการปรากฏขึ้นแทบทุกวันจนเกือบจะตามไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์อันมหัศจรรย์ของนวัตกรรมอย่าง Artificial Intelligence หรือ AI ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ออกเสียงสั่ง หรือเทคโนโลยี Virtual and Augmented Reality (VR และ AR) ซึ่งทลายกำแพงระหว่างโลกเสมือนและโลกแห่งความจริงอย่างราบคาบ ล้วนแต่เป็น Mega Trend ที่โดดเด่นและมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะยังไปต่ออีกไกล จึงเป็นเรื่องที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ จะปล่อยข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด ส่วนในปี 2018 นี้ มีเทรนด์ Prop Tech (Property Technology) อะไรใหม่ๆ ที่ควรจับตามองบ้าง ? ไปดูกันเลย

1. Internet of Things -> ‘Smart Things’ -> Consumer Tech

มีการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ สำหรับใช้ในบ้านเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มฟังก์ชั่นการควบคุมระบบหลักภายในบ้าน เช่น การควบคุมด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เปลี่ยนอุณหภูมิภายในห้อง ปรับแสงไฟส่องสว่าง ควบคุมการระบายอากาศ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อช่วยควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เช่นที่ The Edge Building ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานแบบ Smart Building ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนมาปรับสภาพแวดล้อมในอาคารพร้อมเทคโนโลยีในการควบคุมการใช้พลังงานทุกด้านอย่างมีคุณภาพ มาช่วยลดการใช้พลังงานได้กว่า 70% เมื่อเทียบอาคารสำนักงานทั่วไป จนได้รับฉายา The greenest building in the world

 2. Virtual and Augmented Reality (VR และ AR) 

เปิดโลกใหม่ของนักลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การมองหาอสังหาฯ ในฝันเป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งสถานที่ที่สร้างเสร็จแล้วและที่ยังไม่ได้สร้าง จะซื้อแบบข้ามประเทศโดยที่ไม่ได้บินไปดูด้วยตัวเองก็ทำได้ง่ายๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี VR สามารถไปไกลได้ถึงขึ้นจำลองสถานที่ราวกันเข้าไปอยู่ในสถานที่จริง เปิดประตูเข้าไปชมห้องต่างๆ และชื่นชมทิวทัศน์ทางหน้าต่างได้แล้ว ตัวอย่างที่โดดเด่น คือ แอพพลิเคชั่นของ IKEA ทีช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยการสแกนพื้นที่ห้องที่เราต้องการวางเฟอร์นิเจอร์ เลือกสินค้าที่สนใจจากแคตตาล็อค และทดลองวางบนพื้นที่จริงได้ทันทีผ่านจอโทรศัพท์มือถือ เรียกได้ว่าสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายจริงๆ เครดิตภาพ : www.itespresso.fr

 

 3. Big Data

เทคโนโลยี Market Place ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การซื้อขายอสังหาฯ ง่ายขึ้น เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยี Big Data เข้ามาเสริม ทำให้สามาถรู้ได้ถึงความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายที่เข้ามาใช้ Platform และเสนอสินค้า บริการ หรือบ้านที่น่าจะเป็นที่สนใจให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ธุรกิจ Startup ชื่อว่า Opendoor ที่เพียงแค่ผู้ขายบ้านพิมพ์ที่อยู่ลงไป ก็สามารถประกาศขายบ้านได้ทันที มีระบบรองรับทุกขั้นตอนในการขายไปขนถึงการย้ายออกและชำระเงิน ทั้งหมดทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

4. Geolocation

เมื่อการปักหมุดบนแผนที่ไม่ใช่แค่การแสดงตำแหน่งที่ตั้งอีกต่อไป แต่ล้ำสมัยจนสามารถบอกได้ถึงรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อการซื้อขายและการลงทุน เช่น ประเภทของอาคาร ราคาขาย ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และจุดสนใจดึงดูด (Point of Interest-POI) ซึ่งกลายเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ในการวิเคราะห์ คาดการณ์และประเมินราคาที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้นแบบ Real Time ทันต่อเหตุการณ์ ช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เครดิตภาพ : www.quora.com

5. Drone

ของเล่นใหม่ของใครหลายคน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเครื่องมือสุดเจ๋งในการนำเสนอภาพของธุรกิจคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะในด้านการนำเสนอทิวทัศน์ที่ดดเด่นอันเป็นจุดขายของหลายโครงการ ไม่ว่าผู้ซื้อจะสนใจห้องมุมไหน ชั้นอะไร ก็สามารถเห็นวิวจริงได้ก่อนการซื้อทั้งในรูปแบบภาพถ่ายและวิดิโอ ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้ซื้อประทับใจ และผลักดันให้ตัดสินใจซื้อได้ง่าย ปิดการขายไวขึ้นด้วย เครดิตภาพ : https://dronelife.com

เทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผู้ประกอบการยุคใหม่ควรเลือกรับปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจในสไตล์ของตัวเองเพื่อต่อยอดและเร่งเครื่องไปสู่อนาคตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องก้าวกระโดดไปสำรวจสู่พื้นที่ใหม่ๆ ที่ Mega Trend ได้ชี้นำเราไป สู่อนาคตทางธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และยั่งยืน

———————————–

แหล่งข้อมูล :

www.breeam.com

www.my-property-report.com

www.melinconsultants.co.uk

www.itespresso.fr

www.opendoor.com

www.quora.com