Trend Fast Track : “Emotion Innovation” นวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค

  • Date :02.04.2019

🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2019 ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “Emotion Innovation” นวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค

เปิดสัปดาห์ด้วยวัน April Fool’s Day คือวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ที่เราจะเห็นหลายๆ แบรนด์พยายามสร้างเรื่องโกหกที่เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจากคนทั่วโลก มีหลายคนที่เฝ้าคอยติดตามแบรนด์ที่นำเสนอ Content สำหรับวันนี้โดยเฉพาะ คำถามคือ ทำไมแบรนด์ต้องทำขนาดนี้? ทั้งที่มันเป็นต้นทุน และไม่ก่อให้เกิดยอดขาย

ก่อนที่จะไปดู Case อยากจะพาทุกคนย้อนไปรู้จักเทรนด์ตัวหนึ่งก่อนซึ่งเป็นเทรนด์จากสำนักเทรนด์ระดับโลกเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นเทรนด์แนวโน้มของผู้บริโภคชื่อว่า ‘Transitive Consumption’ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่พูดถึงบทบาทของแบรนด์ที่เข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถสร้างความสัมพันธ์กับคน สิ่งรอบข้าง และเป็นส่วนหนึ่งกับโลก ผ่านประสบการณ์ที่นำเสนอในรูปแบบของสิ่งที่มาจากโลกแห่งความฝัน ความสนุก ความขี้เล่น ที่เป็นรูปแบบการบริโภคแบบใหม่ในช่วงเวลานั้น ซึ่งผ่านมา 14 ปีแล้ว เราย้อนกลับมาดูในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าแนวโน้มด้านการบริโภคแบบ ‘Transative Consumption’ ยังไม่ได้หายไป แต่มีการพัฒนาการสร้างประสบการณ์ที่ดี และน่าสนใจมากขึ้น

ล่าสุดถ้าทุกท่านได้ติดตามข่าว ที่ญี่ปุ่นได้ประกาศชื่อศักราชใหม่ยุค “เรวะ” ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะได้ทรงสละราชสมบัติ โดยมี มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ เสด็จขึ้นครองราชย์แทน จากเหตุการณ์นี้ ‘LINE Official’ ได้เพิ่มลูกเล่นซากุระร่วงบนพื้นหลัง ให้กับผู้ใช้งานไลน์แบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความยินดีกับศักราชใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการสร้างความสดชื่นให้กับผู้ใช้งานไลน์ได้เป็นอย่างดี

สัปดาห์นี้เราจึงพาทุกท่านไปเห็นถึงนวัตกรรมการเติมเต็มทางอารมณ์ของแบรนด์กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ว่าแบรนด์ระดับโลกมีการนำเสนอแนวคิดนี้อย่างไรบ้าง

1.[สหรัฐอเมริกา] แมคโดนัลด์คิดค้นระบบเพื่อปรับปรุงเมนูอาหาร Drive Thru

โดยใช้ AI เข้ามาคำนวนเมนูต่างๆ ให้เข้ากับสภาพอากาศในช่วงเวลานั้น เช่น ถ้าร้อนจัด จะเน้นขายเมนูที่กินแล้วสดชื่น เช่น ไอศครีม กาแฟเย็น หรือปรับโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ วัตถุดิบที่มี และช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสาขา ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจที่แมคโดนัลด์พยายามเข้าใจความรู้สึก และนำเสนอสิ่งที่เหมาะกับช่วงเวลานั้นๆ

Credit : https://www.engadget.com/2019/03/26/mcdonalds-ai-drive-thru-machine-learning-dynamic-yield/

2. [สหรัฐอเมริกา] Google

แบรนด์ Search Engine ที่เรารู้จักกันดี ทำน่ารักรับวัน April Fool’s Day ด้วยการเสริมฟังก์ชั่นสนุกๆ ออกแบบเกมงูรถไฟ ให้ไปท่องเที่ยวในหลายเมือง และทั่วโลก โดยฟังก์ชั่นนี้จะอยู่ใน Google Map ไปอีก 1 สัปดาห์ตั้งแต่ตอนนี้

Credit : https://www.engadget.com/2019/03/31/google-maps-snake/

3. [ญี่ปุ่น] Google Japan ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่

Gboard ช้อนที่สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ตามองศาของการงอช้อน ซึ่งถ้าเราดูแล้วจะรู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เพราะมันเป็นสินค้าที่เหมือนจะเพิ่มความยุ่งยากให้กับเรามากกว่าเป็นตัวช่วย ในทุกวันที่ 31 มีนาคม Google Japan จะมีการการลง VDO ใน Youtube เพื่อในเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทาง Google Japan ได้มีการคิดค้นขึ้นมา แท้ที่จริงแล้วเป็นการแกล้งกันเล่นกับวัน April Fool’s Day ซึ่งสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนจำนวนมาก ปีนี้ก็เช่นกัน ซึ่งคนที่ติดตามก็จะรอวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปีว่า Google Japan จะนำเสนออะไรใหม่ เพื่อมาเรียกรอยยิ้มอีกบ้าง

Credit : https://www.youtube.com/watch?v=DeJY5d14qKs

4. [สวีเดน] Clear Channel

บริษัทโฆษณากลางแจ้ง ได้เปลี่ยนรถไฟใต้ดินของกรุงสตอกโฮล์มให้เป็นนิทรรศการศิลปะดิจิทัลที่มีความยาวที่สุดในโลก ซึ่งสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงสตอกโฮล์มเป็นที่รู้จักในระดับสากลในฐานะหอศิลป์ที่ยาวที่สุดในโลกด้วยภาพวาดงานแกะสลักรูปปั้นและงานโมเสกที่สถานี 100 สถานีซึ่งครอบคลุมทั่วพื้นที่กว่า 110 กิโลเมตร นิทรรศการนี้ที่มีชื่อว่า The Emotional Art Gallery ที่เปลี่ยนป้ายโฆษณาดิจิทัล 250 รายการให้แสดงผลงานศิลปะดั้งเดิมหกชิ้นที่แสดงความรู้สึกในเชิงบวก เช่น ความสุข สันติภาพ และความสงบ และในขณะเดียวกันระบบอัลกอริทึมจะสแกนข้อมูลสาธารณะแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลจากการค้นหาของ Google, โซเชียลมีเดีย, บทความข่าว และข้อมูลการจราจร เพื่อประเมินอารมณ์ของผู้ใช้บริการและแสดงผลงานศิลปะที่เหมาะสม เพื่อที่จะลดความเครียดให้กับผู้คนที่สัญจรไปมาได้ผ่อนคลายลง

Credit : https://lbbonline.com/news/stockholms-metro-transforms-into-digital-art-gallery-to-combat-commuter-stress/

จากเคสที่ยกตัวอย่างที่นำเสนอมาน่าจะแสดงให้เห็นการเติมเต็มความรู้สึกของผู้บริโภค ของแบรนด์ที่มีการใช้นวัตกรรมใหม่ ที่ต่างจากสมัยก่อนเพื่อเข้าถึงคนได้มากขึ้น หลังจากนี้เรามาดูกันว่าแบรนด์จะสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์กับผู้บริโภคต่อไปอย่างไรบ้าง?

🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์