Trend Fast Track: Brand Hero แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจตลอดไป

  • Date :24.04.2019

แบรนด์ที่เกิดมา หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้คน ย่อมเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้แน่นอน เปรียบเสมือนเป็นฮีโร่ 

เราเคยได้ยินคำนี้กันไหมครับ ‘Pain Point’  ซึ่งคำนี้ ได้ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์โลกดียิ่งขึ้น 🔥Trend Fast Track 🔥ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : 

Brand Hero (แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจตลอดไป)

วิธีคิดเดิม ๆ ของแบรนด์ในยุคก่อนที่เน้นการขายแบบตรงไปตรงมา แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นแบรนด์ดังก็ย่อมได้เปรียบเรื่องชื่อเสียงแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก แต่ในโลกยุคปัจจุบันการที่แบรนด์จะเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้นั้น (ซึ่งในใจเค้ามีหลายแบรนด์ที่อยู่ไปแล้ว) คุณอาจจะต้องทำอะไรให้กลุ่มลูกค้าคุณรู้สึกว่า คุณ คือ ผู้ช่วยชีวิตและช่วยแก้ปัญหาได้ แน่นอนว่าถ้าทำได้ คุณอาจจะกลายเป็นอันดับหนึ่งในสินค้า หรือบริการ ณ โอกาสนั้น ๆ ที่ลูกค้าต้องการไปเลย ลองไปดูกันนะครับว่ามีวิธีการอะไรบ้างที่แบรด์ต่าง ๆ รอบโลกได้นำเสนอ

Semi-Autonomous Eateries : เมื่อ ‘อาหารตามสั่ง’ ไม่ต้องสั่งด้วยเสียงอีกต่อไป และไม่ต้องจ่ายเงินสดอีกด้วย 

1.(สิงคโปร์) Deliveroo เปิดธุรกิจใหม่ เมื่อร้านขายอาหารไม่มีคนขาย แต่สั่งได้ในแอปพลิเคชัน

เคยเจอไหมครับเวลาไปร้านอาหารแต่ไม่มีที่นั่งทาน หรือต้องเสียเวลารออาหารนาน  

Deliveroo หนึ่งในผู้ให้บริการ Food Delivery ในหลายประเทศ ขยายธุรกิจใหม่ในประเทศสิงคโปร์ โดยเป็นบริการร้านจำหน่ายอาหารในลักษณะที่คล้ายกับร้านอาหารประเภท Dine-In หรือ Fastfood ทั่วไป เพียงแต่หน้าร้านนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการเลยแม้แต่คนเดียว และลูกค้าจะต้องใช้แอปพลิเคชันในการดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่สั่งรายการ (Ordering) จ่ายค่าสินค้าด้วย Digital Payment (Purchasing) และรับสินค้าผ่านล็อกเกอร์ที่ระบุหมายเลขเฉพาะสำหรับคุณเท่านั้น (Picking) 

แน่นอนว่า การจัดเตรียมรายการหรือปรุงอาหาร ยังจำเป็นจะต้องใช้ ‘คนจริงๆ’ ในการประกอบขึ้นที่หลังครัวซึ่งอยู่ด้านหลังของ Automated Locker นั้นอีกทีนึง แต่สามารถเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เช่น เวลาเช้าก่อนไปทำงานหรือพักเที่ยง ที่สามารถสั่งรายการอาหารไว้ล่วงหน้า และสามารถมารับในช่วงเวลาที่ต้องการได้ทันที เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นอาหารที่ถูกประกอบขึ้นสดใหม่ ให้คุณภาพที่แตกต่างจากอาหารสำเร็จรูปอีกด้วย

Credit: https://www.trendhunter.com/trends/deliveroo-food-market 

————-

Mid-Week Holiday: เพิ่มวันหยุด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มกำไร

2.(ออสเตรเลีย) บริษัทดิจิทัลเอเจนซีให้พนักงานหยุดทุกวันพุธ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลให้รายได้และกำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน อาจจะโดนใจเคสนี้ จากความคิดที่ต้องการแก้ Pain ว่า จะเพิ่มการทำงานให้พนักงานมีประสิทธิภาพได้อย่างไร 

Versa บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับทั้ง Google และ Amazon เผยผลลัพธ์จากแนวคิด ‘หยุดทุกวันพุธ’ หลังจากเริ่มต้นโครงการดังกล่าวช่วงปลายปีที่แล้ว และพบว่าผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน มีรายได้เพิ่มขึ้น 30-40% และกำไรพุ่งสูงขึ้นจากเดิมกว่า 3 เท่าจากประสิทธิภาพการทำงายของบุคลากรที่ดีขึ้นจากการเพิ่มวันหยุดกลางสัปดาห์ โดยใช้วันพุธ วันที่คนทำงานมักจะเกิดความเบื่อหน่ายมากที่สุดเป็นวันหยุด และทำให้ Long Weekdays ที่แต่เดิมยาวนานถึง 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ สู่การแบ่งออกเป็น 2 Mini Weekdays แทน โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้วันพุธเป็นวันหยุดที่ตัดขาดการทำงานอย่างสิ้นเชิงแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยก็ลดความตึงเครียดในที่ทำงานด้วยการที่สามารถให้ทำงานจากที่บ้านได้

แน่นอนว่า ชั่วโมงการทำงานปกติก่อนที่จะมีนโยบายนี้ อยู่ที่ประมาณ 37.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งการลดจำนวนวันทำงานก็ไม่ได้ทำให้เวลาการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ลดลงมากนัก แต่บริษัทเชื่อว่า การได้หยุดระหว่างสัปดาห์ ช่วยให้พนักงานผ่อนคลาย และจัดตารางงานได้ดีขึ้น และสามารถกลับมาทำงานในวันพฤหัสฯ ด้วยความกระตือรือร้นจริงๆ คือได้รีเฟรชชีวิต ชาร์จพลังกันระหว่างสัปดาห์ไปในตัว

Credit: https://www.abc.net.au/news/2019-04-17/killing-hump-day-business-that-shuts-wednesdays-workers-happier/10985332 

Credit ภาพ: https://www.thejakartapost.com/life/2018/12/01/wednesday-is-the-best-day-to-take-a-day-off-experts.html 

——————-

LiDAR x Drone: คนหายในป่า หาได้ด้วยโดรนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

3.(ออสเตรเลีย) แก้ปัญหาคนหายในป่า สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศด้วยโดรนที่ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้กันมายาวนานประยุกต์เข้าด้วยกัน

เราอาจจะเคยเห็นข่าวต่าง ๆ ที่คนหลงป่า ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลานาน ดังนั้นเราจะแก้ Pain อย่างไรให้การหาคนนั้นเร็วขึ้น

ประเทศออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ป่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยม และปัญหาที่ตามมาก็คือ มักจะมีนักท่องเที่ยวหลงทางและสูญหายในป่าอยู่บ่อยครั้ง จนต้องสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่อออกตามหา โดยล่าสุด กรมตำรวจออสเตรเลียได้นำอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กหรือโดรน (UAV : Drone) ที่ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่บินลาดตระเวนในพื้นที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังนำเอาเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection And Ranging, ไลด้า) เป็นเทคโนโลยีช่วยการสำรวจซึ่งวัดระยะทางเป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์เป็นจังหวะและวัดพัลส์สะท้อน เพื่อสร้างรูปจำลองสามมิติดิจิทัล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในวงการโบราณคดี ในการสำรวจหาพื้นที่โบราณที่มีฟอสซิล หรือของโบราณอยู่ใต้ดิน แต่เมื่อนำมาใช้ควบคู่กับโดรน ก็จะเข้ามาช่วยในด้านนิติวิทยาศาสตร์และการกู้ภัย ทำให้สามารถสำรวจพื้นที่ได้กว้างขวาง ชี้เลเซอร์ไปยังเป้าหมายและรอสัญญาณสะท้อนกลับเพื่อสร้างแบบจำลองของพื้นผิว ข้อมูลที่ได้จะมีทั้งลักษณะของผืนป่า ผิวดินที่ปกคลุม หรือสิ่งมีชีวิต ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหา ลดงบประมาณที่สูญเสียไปในการเกณฑ์กำลังคน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในปัจจุบัน ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ราคาสูง ราว 60,000 ดอลล่าร์ (เกือบสองล้านบาท) ทีมวิจัยจึงอาจจะต้องลดสเป็กลงเพื่อพัฒนารุ่นที่มีราคาถูก เช่น เปลี่ยนกล้องเป็น GoPro แทน หรือใช้เลนส์ที่ถูกลง แต่สามารถบันทึกภาพแสงอินฟราเรดเพื่อถ่ายให้เห็นผิวหน้าดิน

Credit: https://www.bebee.com/producer/@qudron-unmanned-technologies/drones-with-laser-equipment-join-forensic-science-to-solve-crimes 

http://droneworldaustralia.com.au/payloads/lidar-mapping-system/ 

——————-

Game of Thrones Spoiler Alert Button : ไม่ต้องกลัวสปอยล์ GOT อีกต่อไป เพียงคุณมีสิ่งนี้!!

4.(สวีเดน) Game of Thrones ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ผู้ชมที่กลัวคนรอบข้างสปอยล์

สำหรับเคสนี้แสดงให้เห็นว่า การออกแคมเปญต่าง ๆ ก็สามารถนำ Pain มาเป็นวิธีการคิดได้นะครับ

นาทีนี้คงไม่มีซีรีส์ใดโด่งดังไปกว่า GOT หรือ Game of Thrones ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก แต่ความโด่งดังก็เป็นดาบสองคม เพราะทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่รับชมแล้ว ต่างอดไม่ได้ที่จะต้องพูดคุยสนทนาในประเด็นต่างๆ แต่อาจจะหลงลืมไปว่ายังมีคนอีกไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่ได้รับชม Telia Play และ HBO Nordic สองผู้ให้บริการที่ฉายซีรีส์เรื่องดังกล่าวในประเทศสวีเดน จึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเป็นเข็มกลัดกันสปอยล์ที่มีวางจำหน่ายจริง โดยผู้ใช้งานสามารถนำเข็มกลัดที่ระบุ EP. ที่ดูแล้วในซีซั่นล่าสุดกลัดไว้บนเสื้อเพื่อแสดงให้คนรอบข้างรู้ว่าคุณรับชมถึงตอนใดแล้ว เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการพูดคุยใน Episode หรือตอนที่คุณยังรับชมไม่ถึง

นอกจากเข็มกลัดกันสปอยล์ที่วางจำหน่ายแล้ว ยังมีการเผยแพร่หรือแชร์ข้อความคำเตือนสำหรับที่ผู้ที่รับชม GOT Season 8 แล้วอีก 5 ข้อ ซึ่งต้องถือว่าเป็นแคมเปญที่น่ารักน่าเอ็นดูดีเหมือนกัน เพราะให้ความรู้สึกทีเล่นทีจริง และหลายคนก็ค่อนข้างซีเรียสกับการสปอยล์ซีรีส์หรือหนัง จนทำให้เกิดการรณรงค์ในโลกโซเชียล และในประเทศไทยเองก็เคยประสบปัญหาแบบนี้เช่นกัน ถือว่าเป้นวิธีการใหม่ที่แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาดเลยทีเดียว

Credit: https://www.trendhunter.com/trends/game-of-thrones-spoiler 

——————-

iKasa – Umbrella-Sharing: แชร์ร่มง่ายดายไม่ต้องพกให้เทอะทะ ด้วยจุดบริการให้เช่าทั่วโตเกียว

5.(ญี่ปุ่น) ธุรกิจ Umbrella-Sharing ให้บริการทั่วญี่ปุ่นด้วยค่าบริการแสนถูก

หมดปัญหากับความต้องการขี้เกียจพกร่มอีกต่อไป 

iKasa ธุรกิจน้องใหม่จากแดนอาทิตย์อุทัย (ชื่อแบรนด์มีที่มาจากคำว่า Kasa ที่แปลว่าร่มในภาษาญี่ปุ่น) เปิดให้บริการเช่าร่มกระจายอยู่ทั่วโตเกียว โดยสามารถค้นหาร่มที่ให้บริการได้จาก Line@ ของแบรนด์ และสามารถจ่ายค่าเช่าด้วยระบบ QR Code ด้วยอัตราค่าเช่าแสนถูกเพียงวันละ 70 เยน (ประมาณ 20 กว่าบาท) และสามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในแต่ละวัน โดยที่ลูกค้าที่ไม่คืนร่มให้กับผู้ให้บริการจะถูกปรับประมาณ 420 เยน

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการให้ข้อมูลว่า อัตราการคืนร่มของประชากรญี่ปุ่นนั้นสูงมากถึงเกือบ 100%  ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่น

Credit: https://www.elitereaders.com/tokyo-umbrella-sharing-service/ 

https://media.timeout.com/images/105360285/630/472/image.jpg

——————-

3D-printed helmets for Swiss Guard: หมวกทหารแบบใหม่ ไม่ใช่เหล็กเหมือนเดิมอีกแล้ว

6.(วาติกัน) หมวกของทหารองครักษ์โป๊ป ถูกผลิตขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

นวัตกรรมที่มาช่วยทำให้ชีวิตของทหารวิติกันดีขึ้น โดยการลดนำ้หนักของหมวกลง

ในอดีตที่ผ่านมา Swiss Guard หรือทหารองครักษ์ของสมเด็จพระสันตะปาปา จะถูกทำขึ้นจากเหล็กกล้า ซึ่งมีน้ำหนักมาก และมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงเมื่อถูกใช้งานท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด ซึ่งหมวกดังกล่าวถูกสืบทอดการใช้งานมายาวนานกว่า 500 ปีแล้ว แต่กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นั่นคือ เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D-Printed)

ในอดีตที่ผ่านมา หมวกเหล็กกล้าแต่ละใบจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่หมวกแบบใหม่ที่รูปทรงเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือน้ำหนักเบา และผลิตขึ้นจาก PVC ที่เคลือบด้วยสารป้องกันรังสี UV เพื่อช่วยให้อุณหภูมิภายใต้หมวกนั้นลดต่ำลงได้ มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่านั้นมากๆ และสามารถผลิตขึ้นได้งานดายด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติที่ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่และถูกนำมาปรับใช้มากขึ้นในหลายอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

Credit: https://edition.cnn.com/style/article/vatican-swiss-guard-new-helmets-intl/index.html

🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์