Anything-Else-where ออกไปใช้ชีวิต

ทุกวันนี้ คนเรามักจะใช้ชีวิตในวันธรรมดานอกบ้านมากกว่าที่จะอยู่ชิลล์ๆ ทำกับข้าว หรือแม้แต่นอนเอนกายสบายใจในบ้าน อาจเพราะปัญหาต่างๆ เช่น ปริมาณรถส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้การจราจรติดขัดและใช้เวลาบนท้องถนนมากขึ้น หรือแม้แต่คนที่ใช้การเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะระบบราง ก็อาจจะต้องเจอปัญหาความแออัดของผู้ใช้บริการ รวมถึงปัญหาจากการชำรุดหรือหยุดให้บริการชั่วคราวก็ตาม ทำให้พื้นที่นอกที่อยู่อาศัยของเรา กลายเป้นพื้นที่ใหม่ๆ ที่สินค้าและบริการเห็นโอกาสในการนำเสนอตัวเอง แทรกซึมเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีบ้านไว้นอนเพื่อตื่นออกมาทำงานอย่างเราๆ ให้มองเห็นสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่สื่อสารออกไปทางโทรทัศน์หรือวิทยุดังเช่นเมื่อก่อน

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อคนยุคใหม่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น สินค้าและบริการบางอย่างก็สามารถหาช่องว่างจากความต้องการของคนกลุ่มนี้ สรรคืสร้างผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากแนวคิดที่แปลกใหม่ได้อีกด้วย

🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน 2019 สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอ TREND FAST TRACK : Anything-Else-where ที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่จะชวนให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิต Elsewhere (some other place; ที่อื่นๆ) เพื่อหาว่า คุณเองล่ะ ยังต้องการอะไรอีกมั้ย … Anything Else? กับตอนที่มีชื่อว่า ‘Anything-Else-where (ออกไปใช้ชีวิต)’

 

(Malaysia) เมื่อ Oreo เขิน อะไรจะเกิดขึ้น?

Oreo ที่เราคุ้นเคยกับบิสกิตสีดำ และมีไส้ครีมสีขาวรสอร่อยอยู่ตรงกลางกับคำพูดที่คุ้นเคย ‘บิด ชิมครีม จุ่มนม’ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Oreo Red Velvet ที่เปลี่ยนสีของบิสกิตให้เป็นสีแดง และรสชาติของครีมที่เปลี่ยนแปลงไป

แน่นอนว่า วิธีการบอกเล่าสิ่งใหม่ให้น่าประทับใจจะต้องทำเช่นไร? Oreo Malaysia จึงนำเสนอในรูปแบบ Vending Machine ที่ไม่เหมือนเดิมที่เปิดโอกาสให้คนมี Participate กับเครื่องโดยให้พูดและเอ่ยชม Oreo จนรูป Oreo บนเครื่องจะเปลี่ยนเป็นสีแดง (ด้วยความเขินอาย) และตอนนั้นเอง Oreo Red Velvet รสชาติใหม่ก็จะไหลออกมาที่ช่องด้านล่าง ถือเป็นวิธีการน่ารักๆ ในการให้ลูกค้าและบรรดา Advocate ของ Oreo ร่วมมี Participate กับแบรนด์ และเป็นการโปรโมตสินค้าใหม่ไปในตัว ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ชีวิตนอกบ้านได้เป็นอย่างดี ขอเพียงแค่ตู้นี้อยู่ในย่านของกลุ่มเป้าหมาย

Credit ภาพ: https://wanderwomom.wordpress.com/2019/10/17/a-red-oreo-compliment-an-oreo-and-make-it-turn-red/

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ reebok to go

(Sweden) อยากเดินไวๆ ใส่รองเท้าสบายๆ แต่ไม่ได้อยากซื้อก็เช่าสิ!

Reebok ที่เราคุ้นเคยกับการเป็น Sport Apparel ชื่อดัง ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยเลือกนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับคนสวีเดนที่มีการวิจัยใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า มีเพียง 2 ใน 100 เท่านั้นที่ใช้รถสกูตเตอร์เดินทางแทนการใช้รถยนต์จริงๆ และไลฟ์สไตล์ขยันเดินของชาวสวีเดน ก็ทำให้ Reebok เลือกที่ส่ง Reebok to go เข้าสู่ตลาด เพื่อแย่งตลาดจาก E-Scooter โดยตอบโจทย์คนที่ต้องเดินระยะทางไกลๆ ในแต่ละวัน แต่รองเท้าที่ต้องใส่ไปติดต่องานนั้นใส่ไม่สบาย และไม่ได้เป็นมิตรกับการเดินเท่าไหร่ โดยใช้ Application ในการ Scan QR ที่รองเท้าก่อนใช้งาน ซึ่งน่าสนใจว่ารองเท้าแต่ละคู่จะมี GPS เพื่อติดตามพิกัดได้ ทำให้ผู้ที่ใช้บริการนั้น มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นจากการเดิน และทำให้สุขภาพขาไม่ต้องทำงานหนักจากการใส่รองเท้าแบบเดิมๆ ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญในการออกกำลังกายประจำวันของคุณ หากแบรนด์สามารถทำให้ผู้คนจำนวนเดินทางมากขึ้นด้วยเท้าของพวกเขา ผ่านความคิดริเริ่มนี้ นั่นจะเป็นก้าวที่สำคัญเพื่อชีวิตที่ถูกต้อง คุณค่าที่แบรนด์มอบให้มากกว่าเป็นแค่สินค้า!

Credit ภาพ: https://www.altavia-group.com/en/non-classe-en/reebok-launched-worlds-first-sneaker-rental-service-reebok-to-go/

 

(Thailand) ไปรษณีย์ไทยไดรฟ์ทรูก็มา

เมื่อคนใช้ชีวิตในรถบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงตอบโจทย์ด้วยไปรษณีย์ไดร์ฟทรู (DRIVE-THRU POST) ให้สามารถส่งของได้แบบไม่ต้องลงจากรถตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นสะดวกรวดเร็ว ให้สามารถส่งพัสดุแบบรวดเร็วทันใจใน 3 นาที แบบไม่ต้องลงจากรถยนต์ เพียงยื่นสิ่งของฝากส่งที่หุ้มห่อและพร้อมส่ง โดยสามารถส่งของได้สูงสุด 3 ชิ้น ไม่เกิน 2 กิโลกรัม ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ หรือคนที่จำเป็นต้องใช้บริการส่งของน้อยชิ้น ลำบากที่จะต้องเข้าไปในที่ทำการอีกต่อไป 

https://www.altavia-group.com/en/non-classe-en/reebok-launched-worlds-first-sneaker-rental-service-reebok-to-go/

 

(England) ลอนดอนให้บริการมินิบัสสาธารณะ เรียกผ่านแอปฯ ได้ ไม่ต้องยืนรอรถอีกต่อไป

ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกรถบริการผ่านแอปฯประเภทเรียกแท็กซี่หรือรถส่วนตัวอย่าง GrabCar GrabTaxi หรือแม้แต่ไอเดีย Sharing Car แบบ Carpool ในประเทศไทยก็เคยมีมาแล้ว แต่ล่าสุด องค์การขนส่งลอนดอนปล่อยมินิบัสมาให้บริการประชาชนแบบ on – demand ในเขต Ealing ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้บริการเรียกมินิบัสนี้เรียกว่า “Slide Ealing” ผู้เดินทางสามารถจองเที่ยวรถผ่านแอปฯ ได้หรือจะโทรจองก็ย่อมได้ มินิบัสนี้ไม่ได้มีเส้นทางเดินรถแบบตายตัว แต่จะจอดรับผู้โดยสารแบบยืดหยุ่น เรียกได้ว่าเป็นการแชร์รถที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดของที่นั่งที่มีมากขึ้นกว่ารถเก๋งปกติ

Credit ภาพ: https://brandinside.asia/london-launch-slide-ealing-minibus-on-demand-book-by-application/

 

จะเห็นได้ว่าจากเคสทั้งหมดที่ทยอยออกมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านกันมากขึ้นนั้น ก็เป็นช่องทางที่ดีในการที่จะสร้างโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักและรับรู้แบรนด์ได้มากกว่าสื่อดั้งเดิมในครัวเรือนอย่างเช่น โทรทัศน์ และยังมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าที่จะให้เขาและเธออยู่กับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเพียงอย่างเดียว

🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

#FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

Credit ปก: https://haikusalut.bandcamp.com/album/there-is-no-elsewhere